วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้

ประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นทางภาคใต้ ในอดีตยังคงมีการซึมซับเรื่องราวพระพุทธศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องในวิถีชีวิต ทำให้เราสามารถเห็นหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ถูกนำไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ และเรายังมีโอกาสได้ทราบถึง ข้อมูลวัฒนธรรมพื้นบ้านผ่านเรื่องราววรรณกรรม รวมทั้งชีวิตความเป็นอยู่และการปฏิบัติตนของคนยุคนั้น ผ่านหนังสือตัวอักษร รวมทั้งการผสมผสานความเชื่อพิธีกรรมพื้นบ้านไว้ในวรรณกรรม สำหรับการสร้างสรรค์ผลงาน วรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ นั้นส่วนใหญ่ มักได้รับอิทธิพลมาจากวรรณกรรมพื้นบ้านของทางภาคกลาง โดยบางเรื่องมีการคัดลอกข้อมูลมาจากต้นฉบับ และนำมาปรับปรุงพร้อมปรับเปลี่ยนเนื้อหา โดยใช้ภาษาท้องถิ่นในการประพันธ์วรรณกรรมขึ้นใหม่ เช่น เรื่อง อุณรุท รามเกียรติ์ เราจึงเห็นข้อมูลของวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ มีความคล้ายคลึง ใกล้เคียงกับวรรณกรรมของทางภาคกลาง คล้ายกับบทละครนอกและนิทานพื้นบ้าน ที่ได้รับความนิยมในท้องถิ่นทางภาคกลาง   คุณค่าชิงมรดกทางวัฒนธรรมภายในวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้ สำหรับวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้สามารถแบ่งได้ 3 รูปแบบ 1.วรรณกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากวรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง โดยการคัดลอกจากต้นฉบับวรรณกรรมภาคกลางนำมาเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องแต่ยังคงยังคงฉันทลักษณ์เดียวกับต้นฉบับและมีสำนวนภาษาท้องถิ่น  ยกตัวอย่างเช่น สุบินกุมาร จันทโครพ พระรถเสนคำกาพย์ รามเกียรติ์ อุณรุท ลักษณวงศ์ 2.วรรณกรรมที่ทำการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ เกิดจากากรสร้างสรรโดยนักกวีพื้นบ้านทางภาคใต้ ที่นำโครงเรื่องจากนิทานท้องถิ่น หรือโครงเรื่องจากนิทานภาคกลาง มาประพันธ์ขึ้นใหม่ด้วยภาษาท้องถิ่น ยกตัวอย่าง สัปดนคำกาพย์   พระวรเนตรคำกาพย์  สังข์ทองคำกาพย์ ชาลวันคำกาพย์สุวรรณสิน พระแสงสุริยฉายคำกาพย์ 3.วรรณกรรมในรูปแบบตำราต่างๆ ยกตัวอย่าง ตำราดูลักษณะสัตว์ ตำราดูลักษณะสตรี ตำราโชคชะตาราศี Continue Reading

Posted On :
วรรณกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคเหนือ เป็นอีกหนึ่งวรรณกรรมที่มีการถ่ายทอดมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยพญาเม็งราย ก่อนยุครัตนโกสินทร์เสียอีก มีการค้นพบวรรณกรรมอันทรงคุณค่า จนมีการถ่ายทอดมาถึงยุคปัจจุบัน โดยวรรณกรรมท้องถิ่นภาคนี้ มีการบันทึกเรื่องราวในอดีตของคนท้องถิ่น ซึ่งมีประเภทของวรรณกรรม 2 ประเภท คือ… การถ่ายทอดด้วยปากเปล่าเป็นการบอกเล่าหรือการขับร้อง การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ คำกลอนบันทึกทางประวัติศาสตร์ นิทานหรือตำราความรู้ต่างๆ โดยใช้ภาษาท้องถิ่นในการจดบันทึก มีรูปแบบการประพันธ์ด้วยภาษาท้องถิ่นที่สวยงาม สำหรับทางภาคเหนือนิยมใช้บทร้อยกรอง ในการเรียงร้อยถ้อยคำที่สอดคล้อง และอิงสำเนียงภาษาท้องถิ่น เพื่อให้สามารถออกเสียงเป็นทำนองอย่างไพเราะ ซึ่งเป็นรูปแบบคำประพันธ์ในการแต่งวรรณกรรมที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากวรรณกรรมท้องถิ่นในภาคอื่น โดยส่วนใหญ่เนื้อหาของวรรณกรรมทางภาคเหนือ จะคล้ายคลึงกับวรรณกรรมของทางภาคอีสาน คือ มุ่งเน้นเรื่องราวทางศาสนา โดยนิทานที่ได้รับความนิยมในการมาใช้ประพันธ์วรรณกรรมนั้นก็คือนิทานชาดกและวรรณกรรมคำสอน ส่วนใหญ่เนื้อหาจะมุ่งสอนจริยธรรมให้กับสังคม โดยยึดหลักภายใต้หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ควบคู่กับการให้ความบันเทิงแก่ผู้อ่าน และอีกหนึ่งลักษณะวรรณกรรมภาคเหนือ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือ… การบรรยายชีวิตและเรื่องราวของชาวบ้านท้องถิ่นในรูปแบบละครพื้นบ้าน และเหตุการณ์ภายในครอบครัวที่มีทั้งสุข ทุกข์ และปัญหาต่างๆ พร้อมทั้งคำสอนคติธรรมแนวคิดในการแก้ปัญหา ทำให้เรามองเห็นข้อมูลหนึ่ง อย่างที่ถูกถ่ายทอดลงในวรรณกรรมภาคเหนือก็คือ การสะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ดีงามของทางภาคเหนือ รวมถึงการเล่าเรื่องราวต่างๆ ภายในเนื้อหาของวรรณกรรม ทำให้เรามองเห็นภูมิประเทศทางภาคเหนือในช่วงเวลานั้น รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ ค่านิยม และประเพณีอันดีงามในอดีต ที่สามารถสะท้อนความเป็นอยู่ของคนภาคเหนือในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี คุณค่าของ วรรณกรรมภาคเหนือ เนื้อหาภายในวรรณกรรมภาคเหนือ เรียกได้ว่าเปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางมรดกวัฒนธรรมที่ควรศึกษาไว้ให้คนรุ่นหลัง เนื่องจากภายในงานเขียนที่รังสรรค์ออกมาด้วยภาษาที่สวยงาม รวมทั้งการบันทึกข้อมูลในอดีต Continue Reading

Posted On :

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสาน

มรดกทางวัฒนธรรมของภาคอีสานโดยเฉพาะ วรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสาน เป็นงานเขียนที่สะท้อนความเป็นอยู่สภาพสังคมในอดีตที่ผ่านมา โดยวรรณกรรมส่วนใหญ่ของทางภาคอีสานจะเน้นไปในเรื่องเกี่ยวกับศาสนารวมถึงความเชื่อ ซึ่งภูมิภาคแห่งนี้ประชาชนมักจะมีความเชื่อมั่นในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระพุทธศาสนา จึงทำให้มีการถ่ายทอดมาสู่วรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสาน สำหรับในส่วนของวรรณกรรมนั้นเนื่องจากภาษาท้องถิ่นถูกแบ่งได้ 3 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มวัฒนธรรมไทย-ลาว กลุ่มวัฒนธรรมเขมร-ส่วย (กูย) กลุ่มวัฒนธรรมไทยโคราช หรือไทยเบิ้ง หากทางเราเดินทางไปพื้นที่ภาคอีสานจะได้สัมผัสสำเนียงการพูดภาษาอีสานที่แตกต่างกัน ทำให้วรรณกรรมท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ของภาคอีสานมีความแตกต่างกันออกไป หากเราค้นคว้าลงลึกไปอีกจะพบว่าในอดีตที่ผ่านมาอาณาจักรล้านช้างและอาณาจักรล้านนาทางเชียงใหม่ในสมัยราชวงศ์มังรายมีความสัมพันธ์กันแล้วจะมีการติดต่อปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองดินแดนโดยเป็นช่วงที่วรรณกรรมพุทธศาสนาของทางล้านนามีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากจนทำให้วรรณกรรมได้ถูกนำไปแพร่ในอาณาจักรล้านช้างซึ่งคือบริเวณพื้นที่ดินแดนทางภาคอีสานในปัจจุบัน ทำให้เราพบว่าวรรณกรรมทางภาคอีสานจำนวนมากมีเนื้อหาที่คล้ายกันกับวรรณกรรมทางภาคเหนือรวมทั้งตัวอักษรการที่คล้ายคลึงกัน   ลักษณะความโดดเด่นของ วรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสาน ในส่วนใหญ่วรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสานจะมีการมุ่งเน้นประพันธ์ขึ้นในเชิงพระพุทธศาสนาจึงทำให้เราได้เห็นวรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสานมีความเกี่ยวพันกับศาสนาพุทธ ซึ่งการแต่งวรรณกรรมของคนทางภาคอีสานนิยมโยงเรื่องราวเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ในบางครั้งมีการหยิบส่วนหนึ่งของนิทานชาดกมาแต่งเป็นนิทานในวรรณกรรมและถูกบันทึกไว้ในใบลาน เก็บไว้อย่างดี รวมทั้งนำไปเขียนจิตรกรรมฝาผนังภายในโบสถ์ จึงทำให้เรามักจะเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องวรรณกรรมสำคัญต่างๆที่นักปราชญ์ชาวอีสานได้ทำการแต่งขึ้นมาเพื่อใช้ในการถ่ายทอดและมีเรื่องรวมของคนในพื้นที่ ซึ่งมีเรื่องราวที่แตกต่างๆออกมาจำนวนมากโดยแต่ละเรื่องล้วนแล้วใจมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่   น่าเสียดายกับไร้การเก็บรักษาวรรณกรรม หากเทียบแล้วพื้นที่ภาคอีสานเป็นอีกหนึ่งจุดที่มีการผลิตวรรณกรรมท้องถิ่นออกมาเป็นจำนวนมากแต่ด้วยระยะเวลาแต่การเก็บรักษา รวมทั้งการเห็นคุณค่าของวรรณกรรมทำให้เรื่องสูญหายไปตามกาลเวลาซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากเพราะวรรณกรรมดีๆของทางภาคอีสานส่วนใหญ่จะถูกเก็บไว้ในบริเวณสถานที่สำคัญแต่ไม่มีผู้ดูแลหรือถ่ายทอดต่อ ทำให้ทิ้งทั้งต้นฉบับและวรรณกรรมท้องถิ่นอีสานถูกแต่งขึ้นและถูกปล่อยปละละเลยจนสูญหายไปจำนวนมาก ถึงแม้ต่อมาในปี พ.ศ 2542 มีการบรรจุให้เป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้ชุมชนและสังคมอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเป็นการสืบสานวรรณกรรมท้องถิ่นโดยผู้คนในพื้นสนใจในการเรียนวรรณกรรมอย่างจริงจังจนเพื่อป้องกันโอกาสสูญหายไปอย่างถาวร สำหรับวรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสานเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงอย่างมากเนื่องจากลักษณะพื้นฐานของคนทางภาคอีสานมักไม่จดบันทึกเรื่องราวต่างๆ แต่จะใช้การจำและเล่าสืบต่อกันมา โดยผู้ที่จะมีโอกาสได้เรียนหนังสือมักเป็นผู้ชายที่ทำการบวชเรียนและมีการจดบันทึกลงใบลาน โดยธรรมชาติของผู้หญิงมักนิยมชมมหรสพและจดจำเรื่องราวต่างๆแทนการบันทึก ส่งผลให้วรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสานไม่มีลักษณะการบันทึกที่ชัดเจนเหมือนเช่นวรรณกรรมท้องถิ่นในภาคอื่นๆ รวมทั้งการใช้ภาษาภาคกลางที่เข้ามามีบทบาทสำคัญจึงทำให้ภาษาอีสานกลายเป็นภาษาที่พูดกันน้อยลงในหมู่คนรุ่นใหม่ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การถ่ายทอดผ่านวรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสานเกิดภาวะถดถอยและลดน้อยลง จึงไม่มีคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจด้านนี้อย่างจริงจัง จึงเป็นที่น่าเสียดายว่ามรดกทางวัฒนธรรมของทางภาคอีสานจะหายไป   ตัวอย่าง วรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสาน ท้าวฮุ่งและท้าวเจือง เป็นหนึ่งในวรรณกรรมท้องถิ่นภาคอีสานที่ได้รับความนิยมโดยเป็นการพูดถึงการเมืองการปกครองกษัตริย์ในอดีตในการปกครองบ้านเมือง นอกจากนี้ในวรรณกรรมยังพูดถึงประเพณีและความเชื่อในการนับถือผีของทางภาคอีสานสอดแทรกอยู่ในวรรณกรรม   จำปาสี่ต้น Continue Reading

Posted On :
วรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง

วรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง

วรรณกรรม เป็นการบันทึกเรื่องราวโดยถ่ายทอดเป็นลายลักษณ์อักษรโดยแต่ละภูมิภาคจะมีลักษณะการเขียนที่แตกต่างกัน โดยจะสะท้อนถึงสภาพความเป็นอยู่ รวมถึงการใช้ภาษาที่โดดเด่นของแต่ละภูมิภาค แต่ในวันนี้เราจะพามาสัมผัสกับ วรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลาง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่มีงานเขียนที่โดดเด่นเพราะเราจะสังเกตได้จากวรรณกรรมแต่ละชิ้นงานของทางภาคกลาง จะมีการบ่งบอกถึงความสนุกสนานและความอุดมสมบูรณ์ของอาหารการกินรวมถึงธรรมชาติที่สมบูรณ์   หากเราได้อ่าน วรรณกรรมท้องถิ่นของทางภาคกลาง … จะทำให้เราทราบได้ว่าในยุคหนึ่งความเป็นอยู่ของคนภาคกลางมีความสุข สดใสและสนุกสนาน ถูกถ่ายทอดออกมาอยู่ภายในวรรณกรรม ซึ่งประเภทของวรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลางนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ เช่น วรรณกรรมประเภทกลอนสวดที่มีการประพันธ์ด้วยกาพย์ยานี ฉบังและสุรางคนางค์ ในบางครั้งเรียกว่าคำกาพย์ เพราะในบางช่วงเวลาประชาชนจะมีการเข้าวัดทำบุญในวันพระและวันสำคัญทางศาสนาเพื่อถือศีลอุโบสถ เมื่อเสร็จพิธีจะทำการฟังสวด  หรือหนังสือนิทานที่มีการอ่านวรรณกรรมประเภทนิทานที่มีทำนองไพเราะเสนาะหูเพื่อให้ประชาชนได้เพลิดเพลินกับคติธรรม สำหรับวรรณกรรมประเภทกลอนสวดที่มีชื่อเสียงเช่น สังข์ศิลป์ชัย โสนน้อยเรือนงาม   ประเภทบทละครนอก ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่มาในการประพันธ์ออกมาเป็นตอนๆเพื่อใช้ในการเล่นละคร โดยการเล่นละครนอกเป็นการแสดงพื้นบ้านที่ได้รับความนิยมในสมัยอยุธยาจนถึงยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น พร้อมทั้งอย่างแพร่กระจายไปในชีวิตประจำวันของชาวบ้านตามพื้นที่ต่างๆในภาคกลาง วรรณกรรมประเภทบทละครนอกที่ได้รับความนิยมในยุคนั้น เช่น นิทานชาดกที่มีคติสอนใจอย่างเรื่อง พิกุลทอง มโนราห์ โม่งป่า พิมพ์สวรรค์ พิณสุริยวงศ์  สุวรรณศิลป์ สุวรรณหงส์ และโสวัต สำหรับละครนอกที่ได้รับความนิยมในยุครัตนโกสินทร์เป็นบทพระราชนิพนธ์ละครนอกในรัชกาลที่ 2เช่น ไชยเชษฐ์ ไกรทอง คาวี สังข์ทอง   ประเภทกลอนนิทาน โดยส่วนใหญ่มักจะมีการประพันธ์จนจบเรื่องแตกต่างจากบทละครนอกที่นิยมแบ่งเป็นตอนๆ  โดยวรรณกรรมท้องถิ่นภาคกลางประเภทกลอนนิทานเป็นที่แพร่หลายมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6 Continue Reading

Posted On :
วรรณกรรมสมัยอยุธยา

วรรณกรรมสมัยอยุธยา ควรค่าแก่การรักษา

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่มีอายุยาวนานถึง 417 ปี มีกวีและวรรณกรรมมากมาย ซึ่งควรจะมีมากกว่านี้ แต่เนื่องจากความไม่สงบในดินแดน ทั้งสงครามและการแย่งชิงราชสมบติ โดยมีกษัตริย์ในยุคนั้นถึง 33 พระองค์ และ เปลี่ยนวงศ์กษัตริย์ถึง 4 ครั้ง แต่ก็ยังมี วรรณกรรมสมัยอยุธยา ที่ถูกยกย่องมาเป็นวรรณคดีและยังมีการกล่าวถึงอยู่ในปัจจุบัน โดยการสร้างสรรค์จาก 5 พระองค์ คือ สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม สมเด็จพระนารายณ์ สมเด็จพระเจ้าบรมโกศ ยุคทองของ วรรณกรรมสมัยอยุธยา เกิดขึ้นในยุคกลางซึ่งมีสมเด็จพระนารายณ์ครองราชสมบติ ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นผู้น้อยทั้งชายและหญิง ต่างหลงใหลในวรรณกรรมและสร้างสรรค์ไว้อย่างมากมาย ทำไม วรรณกรรม ถึงรุ่งเรืองในยุคของพระนารายณ์ ความเจริญของบ้านเมือง สมเด็จพระนารายณ์ทรงพระปรีชาสามารถ ประกอบกับบริวารของพระองค์ช่วยเสริมบารมีในทุกๆ ด้าน เช่น นักการทูต นักรบ สถาปนิก ซึ่งมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เมื่อบ้านเมืองเจริญ วรรณกรรมจึงรุ่งเรืองตามไปด้วย ทรงสนพระทัย ทรางพระปรีชาญาณทางด้านวรรณกรรมเป็นพิเศษ เป็นยุคที่ฝั่งตะวันตกมาเผยแพร่ศาสนา คนไทยจึงต้องใส่ใจในศาสนาและภาษาของตนเอง   วรรณคดีและวรรณกรรมอยุธยาที่ตกทอดสู่ชนรุ่นหลัง กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ กาพย์มหาชาติ โคลงหริภุญชัย Continue Reading

Posted On :